คำถามเกี่ยวกับยา
โดย วันทนีย์ โลหะประกิตกุล
เรื่อง : อีทาเนอร์เซ็บต์ (Etanercept)
- รักษาโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (Rheumatoid arthritis) โดยช่วยบำบัดอาการและลดความเสียหายของข้อกระดูกในระดับความรุนแรงปานกลางถึงรุนแรงมาก รวมถึงเกิดการปรับปรุงทางด้านกายภาพของผู้ป่วย โดยแพทย์อาจใช้ยาอีทาเนอร์เซ็บต์ร่วมกับยา Methotrexate ก็ได้
- รักษาโรคข้ออักเสบในเด็ก ชนิด Polyarticular juvenile idiopathic arthritis โดยสามารถใช้ยาอีทาเนอร์เซ็บต์กับเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป
- รักษาโรคข้ออักเสบที่มีสาเหตุจากโรคสะเก็ดเงิน (Psoriatic arthritis) โดยตัวยาอีทาเนอร์เซ็บต์จะออกฤทธิ์ยับยั้งการลุกลามที่จะก่อความเสียหายของโครงสร้างของข้อ กรณีนี้แพทย์จะใช้ยาอีทาเนอร์เซ็บต์ร่วมกับยา Methotrexate หรือจะใช้เฉพาะยาอีทาเนอร์เซ็บต์ก็ได้
- รักษาโรคกระดูกสันหลังอักเสบยึดติดที่เรียกว่า Ankylosing spondylitis
- รักษาโรคสะเก็ดเงินชนิดผื่นหนา (Plaque psoriasis) โดยใช้กับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป
- ผลต่อระบบทางเดินหายใจ: เช่น โรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ เยื่อจมูกอักเสบ คออักเสบ ไอ ไซนัสอักเสบ
- ผลต่อระบบภูมิคุ้มกันต้านทานโรคของร่างกาย: เช่น เกิดการติดเชื้อในช่องทางเดินหายใจ/โรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ หลอดลมอักเสบ ผิวหนังอักเสบ ปอดบวม ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด เกิดวัณโรค รวมถึงติดเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา เชื้อโปรโตซัว และ เชื้อไวรัส กับอวัยวะต่างๆ ได้ทั่วร่างกาย
- ผลต่อระบบประสาท: เช่น ปวดศีรษะ วิงเวียน เกิดลมชัก เส้นประสาทตาอักเสบ ความรู้สึกสัมผัสเพี้ยน
- ผลต่อระบบทางเดินอาหาร: เช่น ปวดท้อง ท้องอืด ท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียน ช่องปากเป็นแผล กระเพาะอาหารอักเสบ ปากแห้ง เบื่ออาหาร กระเพาะอาหารอักเสบ ลำไส้อักเสบ
- ผลต่อหัวใจ: เช่น เกิดหัวใจล้มเหลว เจ็บหน้าอก
- ผลต่อผิวหนัง: เช่น เกิดผื่นคัน ลมพิษ Stevens-Johnson syndrome มีภาวะ Angioedema
- ผลต่อตา: เช่น ม่านตาอักเสบ/ยูเวียอักเสบ ตาขาวอักเสบ/เยื่อตาอักเสบ ตาแห้ง
- ผลต่อการเกิดโรคมะเร็ง: อาจเป็นปัจจัยเสี่ยงเกิดโรคมะเร็งต่างๆ เช่น มะเร็งผิวหนัง มะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งผิวหนังเมลาโนมา
- ผลต่อตับ: เช่น ค่าเอนไซม์การทำงานของตับในเลือดเพิ่มสูงขึ้น เกิดอาการไวรัสตับอักเสบ-บี
- ผลต่อระบบทางเดินปัสสาวะ: เช่น ท่อปัสสาวะอักเสบ
- ผลต่อไต: เช่น เกิดภาวะกรวยไตอักเสบ
- ห้ามใช้กับผู้ป่วยที่มีภาวะติดเชื้ออย่างรุนแรง หรือเกิดการติดเชื้อในกระแสเลือด/ภาวะพิษเหตุติดเชื้อ
- ห้ามใช้กับผู้ที่ได้รับยาที่มีฤทธิ์กดภูมิต้านทาน/ยากดภูมิคุ้มกันของร่างกายชนิดอื่น อย่างเช่น Corticosteroids หรือ Methotrexate
- ห้ามใช้ยานี้กับสตรีตั้งครรภ์ สตรีที่อยู่ในภาวะให้นมบุตร เด็ก และผู้สูงอายุโดยไม่มีคำสั่งจากแพทย์
- ผู้ที่มีภาวะไวรัสตับอักเสบ อย่างเช่น ไวรัสตับอักเสบ-บี หรือการทำงานของตับมีปัญหา มีประวัติโรคหัวใจล้มเหลว ป่วยด้วยโรคมะเร็งอย่างเช่น Lymphoma มีเลือดออกบริเวณทวารหนัก มีการติดเชื้อไวรัสอย่าง งูสวัด จะต้องแจ้งให้ แพทย์ พยาบาล เภสัชกรทราบทุกครั้งที่เข้ารับการรักษา
- ผู้ที่ใช้ยานี้อาจได้รับความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคต่างๆ ได้ง่าย เช่น เชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส เชื้อรา เชื้อวัณโรค กรณีที่แพทย์ตรวจพบว่ามีการติดเชื้อชนิดใดๆ ก็ตาม ผู้ป่วยจะต้องเข้ารับการรักษาจนหายเป็นปกติก่อนที่จะใช้ยาอีทาเนอร์เซ็บต์
- ผู้ที่ได้รับยานี้อาจพบอาการวิงเวียนศีรษะ จึงถือเป็นข้อห้ามให้ผู้ป่วยขับขี่ยานพาหนะต่างๆ รวมถึงการทำงานกับเครื่องจักร ขณะมีอาการวิงเวียนดังกล่าว เพราะจะเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย
- หากพบว่าหลังการใช้ยาอีทาเนอร์เซ็บต์แล้วมีอาการผิดปกติ เช่น ปัสสาวะสีคล้ำ อุจจาระมีสีซีด เบื่ออาหาร ปวดท้องบริเวณใต้ชายโครงด้านขวา ตัวเหลือง ตาเหลือง นั่นเป็นอาการบ่งบอกว่าตับของผู้ป่วยมีความผิดปกติเกิดขึ้น ควรนำผู้ป่วยมาพบแพทย์โดยเร็ว ไม่ต้องรอถึงวันนัด
- ห้ามรับการฉีดวัคซีนต่างๆ ขณะใช้ยาอีทาเนอร์เซ็บต์ เพราะฤทธิ์การกระตุ้นภูมิคุ้มกันต้านทานโรคของร่างกายจะขัดแย้งกับวัตถุประสงค์ของการใช้ยาอีทาเนอร์เซ็บต์
- หลังใช้ยานี้แล้วพบอาการของวัณโรคเกิดขึ้น เช่น ไอแห้งๆ มีไข้ เหงื่อออกตอน กลางคืน น้ำหนักตัวลดอย่างรวดเร็ว ให้รีบนำผู้ป่วยมาพบแพทย์โดยเร็ว ไม่ต้องรอจนถึงวันนัด
- ขณะใช้ยานี้ต้องหลีกเลี่ยงการเข้าไปใกล้ชิดหรือสัมผัสกับผู้ป่วยที่เป็นโรคติดต่อต่างๆ เช่น โรคหัด วัณโรค เป็นต้น
- หลีกเลี่ยงการใช้ยาอีทาเนอร์เซ็บต์ร่วมกับยา Hydrocortisone เพราะจะทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคต่างๆ ได้
- ห้ามใช้ยาอีทาเนอร์เซ็บต์ร่วมกับยา Anakinra และ Abatacept เพราะจะทำให้เกิดภาวะติดเชื้อแบบรุนแรงตามมา
- ห้ามใช้ยาอีทาเนอร์เซ็บต์ร่วมกับการฉีดวัคซีนบีซีจี (BCG vaccine) เพราะจะเกิดความเสี่ยงของการติดเชื้อวัณโรคจากวัคซีนได้ง่าย และยังทำให้การตอบสนองด้านการกระตุ้นภูมิต้านทานต่อการติดเชื้อวัณโรคด้อยลงไป